ผู้เขียน หัวข้อ: การติดตั้ง SMF และใช้งานร่วมกับ AppServ  (อ่าน 6115 ครั้ง)

Admin

  • Administrator
  • Newbie
  • *****
  • กระทู้: 25
    • อีเมล์
การติดตั้ง SMF และใช้งานร่วมกับ AppServ
« เมื่อ: มกราคม 08, 2014, 11:51:32 PM »
สำหรับบางท่านที่ไม่มี Server แล้วอยากลองเล่น
หรือเอาไว้ทดสอบ ฝึกฝีมือ กับเครื่องเราเอง ไม่ต้องไปยุ่งกับ Server จริง
ลองฝีกฝีมือ ลงในเครื่องเราเองได้เลยครับ

เริ่มด้วยการไป Download SMF และ AppServ กันก่อนเลย เป็นของฟรีทั้ง 2 ตัวเลยครับ

SMF ปัจจุบันเป็น Version 2.0.4 ไปโหลดได้ที่

http://www.simplemachines.org/download/

มีให้เลือก 3 ชนิดคือ zip, tar.gz และ tar.bz2 ผมเลือก zip ครับ อันอื่นทำไม่เป็น



ส่วน AppServ ปัจจุบันเป็น Version 2.5.10 ไปโหลดได้ที่

http://www.appservnetwork.com



รีบๆไป Download กันนะครับ เดี๋ยวจะไม่ได้ Version นี้กัน (มันจะเป็น Version ใหม่หนะครับ)

ลองดูรายละเอียดของ AppServ เป็นภาษาไทยกันสักหน่อยนะครับ ประกาศเกียรติคุณคนไทยครับ

http://www.appservnetwork.com/modules.php?name=Content&pa=showpage&pid=3

ในนี้ตอนล่างๆก็มี Link วิธีการติดตั้งไว้ด้วย

AppServ 2.5.10 ประกอบไปด้วย

Apache 2.2.8      เป็นโปรแกรมทำหน้าที่เป็น Web Server
PHP 5.2.6         เป็นโปรแกรมภาษา PHP สำหรับใช้ในการเขียนโปรแกรมบนเว็บไซต์
MySQL 5.0.51b      เป็นโปรแกรมฐานข้อมูล ทำหน้าเป็น Database Server
phpMyAdmin-2.10.3   เป็นเครื่องมือชนิดหนึ่งในการจัดการฐานข้อมูล MySQL ผ่านเว็บไซต์

ขั้นตอนในการติดตั้ง SMF ให้ใช้งานร่วมกับ AppServ แบ่งเป็น 3 ขั้นตอนดังนี้

1. ขั้นตอนการติดตั้ง AppServ
2. การสร้าง Database จาก phpMyAdmin
3. การติดตั้ง SMF

ขั้นตอนการติดตั้ง AppServ

1. ไฟล์ที่ Download มาจะเป็น appserv-win32-2.5.10.exe ดับเบิ้ลคลิกเลยครับ จะปรากฏหน้าจอตามรูปที่ 3



      รูปที่ 3 ขั้นตอนการติดตั้งโปรแกรม AppServ

2. เข้าสู่ขั้นตอนเงื่อนไขการใช้งานโปรแกรม โดยโปรแกรม AppServ ได้แจกจ่ายในรูปแบบ GNU License หากผู้ติดตั้ง
           อ่านเงื่อนไขต่างๆ เสร็จสิ้นแล้ว หากยอมรับเงื่อนไขให้กด Next เพื่อเข้าสู่การติดตั้งในขั้นต่อไป แต่หากว่าไม่ยอมรับเงื่อนไข
           ให้กด Cancel เพื่อออกจากการติดตั้งโปรแกรม AppServ ดังรูปตัวอย่างที่ 4



      รูปที่ 4 แสดงรายละเอียดเงื่อนไขการ GNU License

3. เข้าสู่ขั้นตอนการเลือกปลายทางที่ต้องการติดตั้ง โดยค่าเริ่มต้นปลายทางที่ติดตั้งจะเป็น C:\AppServ
           หากต้องการเปลี่ยนปลายทางที่ติดตั้ง ให้กด Browse แล้วเลือกปลายทางที่ต้องการ ตามรูปที่ 5 เมื่อเลือกปลายทางเสร็จสิ้น
           ให้กดปุ่ม Next เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการติดตั้งขั้นต่อไป



      รูปที่ 5 เลือกปลายทางการติดตั้งโปรแกรม AppServ

4. เลือก Package Components ที่ต้องการติดตั้ง โดยค่าเริ่มต้นนั้นจะให้เลือกลงทุก Package แต่หากว่าผู้ใช้งาน
           ต้องการเลือกลงเฉพาะบาง Package ก็สามารถเลือกตามข้อที่ต้องการออก โดยรายละเอียดแต่ละ Package มีดังนี้
                 - Apache HTTP Server คือ โปรแกรมที่ทำหน้าเป็น Web Server
                 - MySQL Database คือ โปรแกรมที่ทำหน้าเป็น Database Server
                 - PHP Hypertext Preprocessor คือ โปรแกรมที่ทำหน้าประมวลผลการทำงานของภาษา PHP
                 - phpMyAdmin คือ โปรแกรมที่ใช้ในการบริหารจัดการฐานข้อมูล MySQL ผ่านเว็บไซต์
           เมื่อทำการเลือก Package ตามรูปที่ 4 เรียบร้อยแล้ว ให้กด Next เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการติดตั้งต่อไป



      รูปที่ 6 เลือก Package Components ที่ต้องการติดตั้ง

5. กำหนดค่าคอนฟิกของ Apache Web Server มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 3 ส่วน ตามรูปที่ 7 คือ
                 Server Name   คือช่องสำหรับป้อนข้อมูลชื่อ Web Server ของท่าน เครื่องจำลองก็ใช้เป็น localhost
                 Admin Email    คือช่องสำหรับป้อนข้อมูล อีเมล์ผู้ดูแลระบบ ในที่นี้ให้เป็น administrator@localhost.com
                 HTTP Port       คือช่องสำหรับระบุ Port ที่จะเรียกใช้งาน Apache Web Server โดยทั่วไปแล้ว Protocol
                                      HTTP นั้นจะมีค่าหลักคือ 80 หากว่าท่านต้องการหลีกเลี่ยงการใช้ Port 80 ก็สามารถแก้ไขได้
                                      หากมีการเปลี่ยนแปลง Port การเข้าใช้งาน Web Server แล้ว ทุกครั้งที่เรียกใช้งานเว็บไซต์
                                      จำเป็นที่ต้องระบุหมายเลข Port ด้วย เช่น หากเลือกใช้ Port 99 ในการเข้าเว็บไซต์ทุกครั้งต้องใช้
                                      http://www.appservnetwork.com:99 จึงจะสามารถเข้าใช้งานได้



   รูปที่ 7 แสดงการกำหนดค่าคอนฟิกค่า Apache Web Server


6. กำหนดค่าคอนฟิกของ MySQL Database มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 3 ส่วน ตามรูปที่ 8 คือ
                 Root Password        คือช่องสำหรับป้อน รหัสผ่านการเข้าใช้งานฐานข้อมูลของ Root หรือผู้ดูแลระบบ
                                             ทุกครั้งที่เข้าใช้งานฐานข้อมูลในลักษณะที่เป็นผู้ดูแลระบบ ให้ระบุ user คือ root
                 Character Sets        ใช้ในการกำหนดค่าระบบภาษาที่ใช้ในการจัดเก็บฐานข้อมูล, เรียงลำดับฐานข้อมูล,
                                             Import ฐานข้อมูล, Export ฐานข้อมูล, ติดต่อฐานข้อมูล
                 Old Password          หากท่านมีปัญหาเกี่ยวกับการใช้งาน PHP กับ MySQL API เวอร์ชั่นเก่า
                                             โดยเจอ Error Client does not support authentication protocol requested by server;
                                                             consider upgrading MySQL client

                                             ให้เลือกในส่วนของ Old Password เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหานี้
                 Enable InnoDB        หากท่านต้องการใช้งานฐานข้อมูลในรูปแบบ InnoDB ให้เลือกในส่วนนี้ด้วย

ในที่นี้ทดลองใส่ root Password ของ My SQL เป็น password



      รูปที่ 8 แสดงการกำหนดค่าคอนฟิกของ MySQL Database

กำลัง Install



      รูปที่ 9 เครื่องกำลังติดตั้งโปรแกรม AppServ

 7. สิ้นสุดขั้นตอนการติดตั้งโปรแกรม AppServ สำหรับขั้นตอนสุดท้ายนี้จะมีให้เลือกว่าต้องการสั่งให้มีการรัน Apache และ MySQL
           ทันทีหรือไม่ จากนั้นกดปุ่ม Finish เพื่อเสร็จสิ้นการติดตั้งโปรแกรม AppServ



      รูปที่ 10 แสดงหน้าจอขั้นตอนสิ้นสุดการติดตั้งโปรแกรม AppServ

เมื่อติดตั้งโปรแกรม AppServ เสร็จแล้ว เราสามารถทดสอบได้โดย ใช้ Internet Explorer, Firefox หรือ Web Brower
อะไรก็ได้ แล้วพิมพ์ http://localhost ถ้าสามารถขึ้นมาตามรูปได้ แสดงว่าการติดตั้งสมบูรณ์แล้วครับ



เมื่อเสร็จสิ้นขั้นตอนแรกแล้วก็เริ่มขั้นตอนต่อไปกันเลยครับ

การสร้าง Database จาก phpMyAdmin

ใช้ Internet Explorer ตัวเดิมครับ แล้วพิมพ์ http://localhost/phpmyadmin ก็จะขึ้นให้ Login
คงจำได้ว่าตอนติดตั้ง AppServ ในข้อ 6 เรากำหนด root Password ของ My SQL เป็น password ก็ใส่ไปตามรูป



จะเห็นรายละเอียดของ localhost และ phpMyAdmin ตามรูป



เราสามารถสร้าง Database ได้โดยใส่ชื่อ Database ในช่อง สร้างฐานข้อมูลใหม่
ในที่นี้จะใช้ชื่อว่า smf แล้วกด สร้าง



จะเห็นข้อความว่า ฐานข้อมูล smf สร้างเสร็จแล้ว
ในช่อง ฐานข้อมูล จะเป็น smf(0)



กด หน้าบ้าน เพื่อกลับไปหน้าแรก



แล้วไปคลิกที่ สิทธิ



จะได้ตามรูป



เลื่อนลงมา กด เพื่มผู้ใช้ใหม่



กรอกข้อมูล      ตามรูป
ชื่อผู้ใช้      admin
โฮสต์      localhost
รหัสผ่าน      mysql
พิมพ์ใหม่      mysql

ข้อมูลของ Database MySql

admin
localhost
mysql



เลื่อนลงมากด ลงมือ



จะได้ตามรูป



เลื่อนลงมาตรง สิทธิเจาะจงเฉพาะตาราง
เพิ่มสิทธิของฐานข้อมูลต่อไปนี้ เราสร้าง Database เป็น smf ก็เลือก smf ตามรูป



จะได้ตามรูป ให้กด เลือกทั้งหมด



กด ลงมือ



จะได้ตามรูป



กด ออกจากระบบ



ขึ้นให้ใส่ Username กับ Password ลองใส่ Username เป็น admin และ Password เป็น mysql ก็ OK



ก็หมดขั้นตอนการสร้าง Database จาก phpMyAdmin ต่อไปก็เป็นขั้นตอนสุดท้าย

การติดตั้ง SMF

เมื่อแตกไฟล์ smf_2-0-4_install.zip ที่ Download มาจะได้ไฟล์ใน Folder smf_2-0-4_install ดังนี้



สร้าง Folder ขึ้นอีกอันใน C:\AppServ\www\ ให้ชื่อว่า smf (ชื่ออื่นก็ได้นะครับเช่น forum,board)
แล้ว Copy ไฟล์ทั้งหมดใน smf_2-0-4_install ไปไว้ใน C:\AppServ\www\smf จะได้ตามภาพ



พิมพ์ http://localhost/smf ก็จะเป็นการเริ่มต้นติดตั้ง SMF

Step 1: Welcome
Step 2: Writable Check
Step 3: Database Settings
Step 4: Forum Settings
Step 5: Database Population
Step 6: Admin Account
Step 7: Finalize Install




(เลื่อนลงมาจะเห็น) Continue กดเลยครับ



เลื่อนลงมากรอกข้อมูล Step 3: Database Server Settings
ใส่ Username  Password
ใครเคยทำอย่างไรไว้ตอน Setup Mysql ก็ใช้ตามที่ทำไว้นะครับ
ที่ผมทำไว้ตามตัวอย่างเป็น

Username: admin
Password: mysql



เลื่อนลงมากด Continue อีกครับ (33smfa.jpg)

ต่อไปเป็น Step 4: Forum Settings
แก้ขื่อ Forum name จาก My Community เป็นชื่อ Webboard ที่เราต้องการตามชอบ



ในที่นี้ขอใช้เป็น IT Amusing Club นะครับ
เลื่อนลงมากด Continue



Step 5: Database Population
Populated Database



กด Continue

Step 6: Admin Account

(Username Administrator Password Administrator Database Password)

Email Address: admin@myweb.com

Database Password mysql



Step 7: Finalize Install
ติ๊กถูกที่ให้ลบไฟล์ install.php
Click here to delete this install.php file now. (doesn't work on all servers.)



ลองกดที่ your newly installed forum



เสร็จแล้วครับ ถ้าจะเข้าคราวหลังก็พิมพ์ http://localhost/smf/ ได้เลยครับ