





















? มันเกิดจากภูเขาไฟสองลูกในแถบนั้นระเบิดและพ่นเถ้าถ่าน จนสูงเป็นภูเขา และเมื่อเวลาผ่านไป ทั้งลม ฝน และหิมะ ก็ชะส่วนที่ไม่แข็งนักหลุดร่วงลง ส่วนที่แข็งก็ตั้งเป็นแท่งๆให้เราเห็น ภูเขาไฟก็มีหลายชื่อที่เรียกเปลี่ยนไปตามยุค ลูกแรกก็คือ Erciyes บางทีก็เรียกว่า Achigol ส่วนลูกที่สองเรียก Hasan....นักบินบอลลูนพาเราบินเห็นพระอาทิตย์ขึ้น เห็นทิวทัศน์เบื้องล่าง ทั้งเสียวทั้งสวย เห็นบอลลูนนับร้อยลูก ลอยกันทั่วท้องฟ้า.....แล้วเขาก็พาเราสูงขึ้นๆๆๆ จนเราอยู่สูงกว่าบอลลูนลูกอื่นๆ จนเราเต็มอิ่มก็พาเราลง ที่ ที่เขานำบอลลูนลงไม่ใช่ที่ที่เขาพาเราขึ้นนะ มันอยู่อีกแห่งหนึ่งเลย เรามาถึงเจ้ารถจี๊บก็มารออยู่ก่อนแล้ว เขาเอาตะกร้าลงบนรถจี๊บเลย......พอลงมาก็มีการฉลองแชมเปญ(อยากบอกว่ามันแชมเปญ หรือน้ำอะไรฟ๊ะ รสชาด สุนัขค้อนเลย)...... แล้วแจกประกาศนียบัตรประกาศว่าเราไปไปบินบอลลูนแล้ว....ก่อนที่เราจะเก็บความชื่นมื่นกลับไปทานข้าวเช้าที่โรงแรมก่อนออกไปเที่ยวต่อ
















































































































































คือ สิบชั่วโมง ยี่สิบห้านาที เอาว่าตอนบินจริงๆเราถึงเร็วกว่าเวลาของตารางบินเล็กน้อย.....ผมเคยคิดว่า สนามบินสุวรรณภูมิ เป็นสนามบินที่ Runway อยู่ไกลและยาวมว๊าก เครื่องใช้เวลาแท็กซี่จนแทบอั้นฉี่ไม่ไหว อุ๊ต๊ะ สนามบินอิสตันบูล มีเส้นทางแท็กซี่น่าจะไกลกว่าสุวรรณภูมิอีกเคร่าๆน่าจะ 150-160% ของสุวรรณภูมิ ไชโยไม่ต้องบ่นอีกต่อไปว่าเราแท็กซี่ไกลที่สุดในโลก เราลงเครื่องที่อาคารโดยสารระหว่างประเทศ แล้วต้องไปต่อเครื่องที่อาคารโดยสารภายในประเทศ ส่วนสัมภาระเรา Checked Through ผมเคยหลงระเริงกับการ Checked Through เมื่อต่อเครื่องนี่แหละ ข้าพเจ้าขอเตือนท่านว่าให้ดูตารางต่อเครื่องว่าท่านต้องมีเวลาไม่น้อยกว่า สามชั่วโมง มิฉะนั้นท่านอาจจะไปถึงที่หมาย แต่กระเป๋าอาจจะนอนค้างอ้างแรมอยู่สนามบินนะออเจ้า

























































































































































































































































ลองทายดูครับ....แล้วเจอกันที่ท่าเรือนะครับ!!!!










































